Portfolio Guide For Beginner : ไม่เก่งกราฟฟิกก็สามารถสร้างพอร์ตง่ายๆได้ด้วยตัวเอง

สำหรับคนที่ไม่เก่งกราฟฟิคแต่อยากจะมี Portfolio สวยๆ ไม่ต้องน้อยใจไปค่ะ พี่เข้าใจมากๆ และในฐานะที่พี่ก็เป็นคนที่ไม่เก่งกราฟฟิคและใช้โปรแกรมยากๆ ไม่ค่อยเป็นเช่นกัน วันนี้พี่จะมาบอกไกด์ไลน์น้องๆ เป็นขั้นตอนเลยนะคะ ว่าการที่เราอยากสร้าง Portfolio สวยๆ มันสามารถทำได้ด้วยตัวเองและที่สำคัญไม่อยากเกินความสามารถเราแน่นอนค่ะ

ขั้นตอนที่ 1: รู้จัก Application ตัวช่วยทำ Portfolio

หมวดทำรูป Graphic

Canva ช่วยทำกราฟฟิกต่างๆ ใช้ง่ายและสะดวกเพราะมี template ให้เลือกฟรีเยอะมากกก สามารถทำได้ทั้ง Portfolio resume card presentation ขนาดกระดาษก็เลือกได้ ใช้ได้ทั้งในคอมและโทรศัพท์

Pixomatic แอพช่วยตัดต่อไดคัท ใครที่ไม่มีคอม หรือไม่ใช้ photoshop ไม่เก่ง ก็สามารถตัดต่อไดคัทรูปได้เบเบง่ายๆโดยแอพนี้

Adobe Photoshop mix อีกหนีงแอพที่ช่วยตัดต่อรูปได้เนียนเหมือนตัดในคอมแต่แอพนี้จะทำได้ง่ายกว่า สามารถใช้ในมือถือหรือไอแพดได้

Picart แอพสารพัดนึกที่สามารถทำได้หลายย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัดต่อ รีทัช ใส่ข้อความ ซ้อนภาพกับข้อความ ทำให้เราตกแต่งและสร้างสรรค์รูปภาพออกมาได้อย่างครีเอท

หมวดสร้างหาแรงบันดาลใจและไอเดีย

Pinterest และ Behance แอพในการหา inspiration และ idea ในการสร้างสรรค์ผลงาน บางคนอาจคิดยังไม่ออกว่าจะสร้างสรรค์ผลงานตัวเองออกมาแบบไหน ลองมาเสริชหาในแอพนี้มีเพียบบ

หมวดสแกนเอกสาร

CamScanner เเละ Scanbot Pro แอพสแกนเอกสาร ต่างๆ ใช้ได้เลยจากโทรศัพท์ เอาไว้สแกนเกียรติบัตรลงพอร์ตก็ได้

ขั้นตอนที่ 2 : เลือก Mood & Tone ที่โดนใจ

สิ่งสำคัญที่งานออกแบบต้องมีนั้นก็คือ mood&tone เพื่อเป็นตัวกำหนด concept design ของงานว่าเราอยากให้พอร์ตของเราสื่ออารมณ์และความรู้สึกมาแบบไหน

วิธีการกำหนด mood&tone ของพอร์ต ใช้หลักเกณฑ์การเลือกง่ายๆ

  1.  เลือกให้เข้ากับบุคลิกความชอบเพื่อสื่อความเป็นตัวตนของเรา
  2.  เลือกให้เข้ากับคณะที่เราจะยื่น เช่น คณะแฟชั่นการออกแบบเราอาจเลือก mood แบบสีสันแหวกๆแนวไปเลย หรือ คณะแพทย์ อาจเน้น tone ขาวๆเ รียบๆสบายตา
  3.  เลือกสีและการตกแต่งให้ไปในทางเดียวกัน เรียกง่ายๆ ก็คือคุมโทนนั่นเอง!
04 Mood Tone@300x

ขั้นตอนที่ 3 : เลือก Theme และ Style

ขั้นตอนนี้พี่จะแนะนำให้น้องๆ รู้จัก Theme และ Style ต่างๆ แบบคร่าวๆ ให้น้องๆ สามารถนำไปเป็น Keyword เพื่อใช้ในการ Search หาแรงบันดาลใจต่อค่ะ

Vintage หรือ Retro Style แนวย้อนยุคแบบชิคๆเกร๋ๆ สร้างความแปลกใหม่ให้กับผลงานของเรา เหมาะกับคณะที่เน้นความสร้างสรรค์ คณะสาย art ทั้งหลาย เช่น คณะนิเทศศาสตร์ คณะแฟชั่นและออกแบบ มัลติมีเดียและกราฟฟิก

– Colorful style สาดสีใส่แบบสุดๆ เขียว ฟ้า แดง เหลือง จัดมาให้หมด แนวนี้สามารถสื่อความเป็นตัวตนว่าเราเป็นคนร่าเริง สดใส หรือจะเลือกคุมโทนทั้งพอร์ตไปเลย 1 สี เช่น สีเหลือง สีฟ้า สีน้ำเงิน สีชมพู

– Minimal style แนวเรียบๆแต่แฝงความชิคๆคูลๆ ด้วยโทนสีขาว ดำ หรือสีอ่อนๆ ความมินิมอลจะให้ความรู้สึกนิ่ง สงบ สุขุม ตรงไปตรงมา แต่ลึกซึ้งและพิเศษ

– Elegant style เรียบหรูดูโก้ เน้นความ high class เช่น ลายหินอ่อน สีทอง สีเทา สีสีดำ สีขาว

– Pastel แบบสายหวาน สื่อความน่ารัก อ่อนหวาน ละมุน ดูเป็นคนถ่อมตน แถมสีพาสเทลยังส่งผลต่อคนที่รับชม เพราะสร้างอารมณ์ความรู้นึกคิดไปในทางบวก ได้เปรียบกับการเอาไปยื่นพอร์ตให้คณะกรรมการชมเลยทีเดียว

05 Theme Style@300x-01-01

ขั้นตอนที่ 4 : การจัดเรียงเนื้อหาภายใน Portfolio

ในกรณีที่คณะได้กำหนด Format ออกมาให้แล้วว่าต้องจัดหน้าอย่างไร และ มีเนื้อหาอะไรด้านในบ้างให้น้องๆ ทำไปตามกำหนดของคณะได้เลยนะคะ แต่ถ้าคณะไม่ได้มีกำหนดมาให้ อันนี้ก็จะเป็น Guideline ที่ให้น้องๆ ได้ลองทำตามกันดูค่ะ แนะนำว่าเนื้อหาจำนวนไม่เกิน 10 หน้าเป็นจำนวนที่พอดีนะคะ แต่ถ้าพยายามแล้วไม่สามารถจริงๆ เกินสัก 1-2 หน้าก็ไม่เป็นไรค่ะ

ส่วนแรก (ไม่นับใน 10 หน้า )

  • หน้าปก สารบัญ ปกหลัง

 

ส่วนเนื้อหา

  • ประวัติส่วนตัว
  • การศึกษา
  • เหตุผลที่อยากศึกษาในคณะนั้น หรือ ถ้าเรายื่นภาคอินเตอร์ก็คือ Statement of Purpose
  • รางวัลผลงาน
  • เกียรติบัตร
  • กิจกรรม
06 Order@300x

ขั้นตอนที่ 5 : มาเช็ค Do & Don't กัน

สิ่งที่ควรทำ (Do)

  • เช็ค วัน เวลา เดือนที่เปิดยื่น กฎเกณฑ์การทำพอร์ต
  • วางแผนการทำพอร์ตล่วงหน้า
  • ใช้ภาษาทางการ แต่อ่านแล้วเข้าใจกันทั่วไป ระวังภาษาวิบัติ ภาษาพูด การสะกดคำ
  • นำเสนอความตั้งใจกับคณะที่เราจะไปยื่น ใส่ part ความมุ่งมั่น แรงบันดาลใจ แพชชั่น
  • มีที่มาที่ไปชัดเจน ผลงาน กิจกรรม เกียรติบัตร ระบุวันที่ เวลา ปี ให้ชัดเจน
  • คุมโทน สี และ pattern ให้ไปในทางเดียวกัน
  • ทำพอร์ตไว้ 2 ภาษา ไทยและอังกฤษ

สิ่งที่ไม่ควรทำ (Don’t)

  • อย่าเขียนคำนำพอร์ตแบบคำนำรายงาน ใช้วิธีเกริ่นและเล่าเรื่องให้น่าสนใจ ให้ผู้อ่านรู้สึกอยากรู้จักเราเพิ่ม
  • อย่าใส่ข้อมูลเยอะ อัดแน่นเกิน บางส่วนอาจเน้นภาพ เช่น ผลงาน เกียรติบัตร เพื่อให้เห็นภาพจริงของการทำงาน
  • ห้ามคัดลอกผลงานหรือเนื้อหาคนอื่นมาจากในอินเทอร์เน็ต
  • อย่าใช้ font เรื่อยเปื่อยสะเปะสะปะ อันนี้ก็สวยอันนั้นก็ดี เลือกเพลินหัวข้อหน้านี้ font นึง อีกหน้า font อื่น ดูไม่มีการจัดระเบียบ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ในการทำ Portfolio กันนะคะ สุดท้ายขอให้น้องๆ ติดคณะในฝันกันทุกคนเลยค่ะ

สอบถามคอร์สได้ทุกเรื่องค่ะ